หนังสือ 100 ways to improve your writing โดย Gary Provost

Reading Time: 2 minutes

หนังสือ 100 ways to improve your writing โดย Gary Provost รีวิว ใครอยากฝึกภาษาอังกฤษ และฝึกการเขียน เล่มนี้น่าอ่านแล้วก็มีเทคนิคการทำลายคิดงานไม่ออกด้วย!!! สรุปสั้น ๆ หนังสือเล่มนี้ โดย Gary Provost

01 INTRO

หนังสือเล่มนี้น่ารักปุ๊กปิ๊กดีครับ ใช้กระดาษชนิดเบา เชื่อว่าจะถูกใจนักอ่านหลายคนแน่นอน! เพราะมันเป็นน่ารักพกง่าย แต่ก็เป็นหนังสือคลาสสิก พิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1985 (ซึ่งขายจนถึงทุกวันนี้ก็น่าจะพิสูจน์อะไรได้พอสมควร)

หนังสือแบ่งเป็นหลายหมวดเกี่ยวกับการเขียนเลย ตั้งแต่

  • ก่อนเริ่มเขียน
  • ระหว่างเขียน
  • และหลังเขียน


ซึ่งมันเป็นทริคเล็ก ๆ บ้าง แปลก ๆ บ้าง แต่ถือว่าก็น่าอ่านมาก ตัวนักเขียนเองเป็นนักเขียนที่มีผลงานมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งเขาสรุปจาก 20 ปีในการทำงานเขียน ซึ่งมีประโยชน์มาก ๆ


รีวิว 100 ways to improve your writing review
รีวิว 100 ways to improve your writing review

ยกตัวอย่างเช่น เราจะแชร์ 9 ทริคในการเตรียมก่อนเขียน
(ซึ่งจริง ๆ เขาใช้ภาษาสวยคือ วิธีฝึกการเขียนแม้ตอนไม่ได้เขียน)
100 ways to Improve your writing

  1. หาอ่านแหล่งอ้างอิงเยอะ ๆ และพยายามพกแหล่งอ้างอิงต่าง ๆ ไว้ใกล้ตัว สมัยก่อนเราต้องพกเป็นหนังสือสารานุกรม แต่เดี๋ยวนี้อาจจะง่ายขึ้นเพราะมีวิกิพีเดียบนอินเทอร์เน็ต
    .
  2. ขยายความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์คือหาคำใหม่ ๆ ใส่หัวเยอะ ๆ ยิ่งเรามีคลังคำศัพท์ในหัวเยอะ ๆ มันทำให้เวลาเราเลือกใช้ศัพท์ต่าง ๆ มันง่ายขึ้น และคำต่าง ๆ มันก็จะสวยขึ้นเหมาะกับบริบทมากขึ้นนั่นเอง
    .
  3. พัฒนาการสะกดคำ การเขียนคำให้ถูกต้องนั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ สำหรับคนเขียนและคนอ่าน เพราะมีคนอ่านจำนวนไม่น้อยเลยที่รำคาญตัวหนังสือที่พิมพ์ผิดถูก ๆ (ซึ่งผมเป็นคนเขียนประเภทเขียนผิดบ่อย ๆ ด้วยครับต้องฝึกตรงนี้เพิ่ม!)
    .
  4. อ่าน ในเวลาว่าง อ่านเยอะ ๆ ขณะอ่านเราสามารถเรียนรู้เทคนิคการเขียนของนักเขียนอื่น ๆ ได้จากการวางโครงเรื่อง การขยี้ปม การเล่นคำ ยิ่งเราอ่านงานที่หลากหลายเราก็จะได้ความแปลกใหม่ที่ช่วยให้เราเขียนได้ดีขึ้น
    .
  5. หาช่องทางในการเรียนเพิ่มเติม ในสมัยนี้มีเรียนเทคนิคเฉพาะทางอย่างการเขียนนั้นไม่ยากเท่าสมัยก่อน หากมีเวลาและทุนทรัพย์การลงเรียนเพิ่มจะทำให้เราได้เห็นเทคนิคที่แตกต่างกันของ
    .
  6. แอบฟังคนอื่นคุยกัน การแอบฟังไม่ใช่เพื่อใช้ในเจตนาที่ไม่ดี แต่แอบฟังเพื่อนำไปใช้ แพราะการแอบฟังหมายถึงเราได้ยินบทสนทนาที่นอกเหนือวงโคจรของสังคมเรา เราจะได้ฟังวิธีการเล่าเรื่องใหม่ ๆ ศัพท์ใหม่ ๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่ผมชอบเหมือนกัน คือการไปคุยกับคนใหม่ ๆ ที่ต่างจากเรามาก ๆ เราจะได้ ศัพท์อย่างเช่น “มันเป็นนุ้บนิ้บ” ที่ผมได้มาหมายความว่า มันน่ารักน่าเอ็นดู อะไรประมาณนี้ครับ
  7. หาข้อมูลดิบเยอะ ๆ การเขียนเป็นปลายเหตุของข้อมูลที่เรามี หากเราเขียนไม่ค่อยออกก็อาจจะเป็นเพราะว่าข้อมูลดิบในหัวเรา หรือ ทรัพยากรณ์ในตัวเรามีน้อยนั่นเองครับ
    .
  8. จินตนาการเรื่องราวในหัว การที่เราฝืนทนเขียนทั้ง ๆ ที่ตื้อ บางทีก็เป็นข้อดี แต่บางทีอาจเป็นการเสียเวลาเปล่า เพราะมันคิดไม่ออก การฝึกคิดในหัวเรื่อย ๆ นั่นก็ช่วยพัฒนาให้เราเขียนได้ด้วยนะครับ!!!
    .
  9. เลือกเวลาและสถานที่ในการจะเขียน จังหวะเวลาและโอกาสก็เป็นตัวช่วยให้เราเขียนได้ดีขึ้น การเขียนที่ถูกสถานที่และเวลาพอเหมาะ ทำให้เราเขียนลื่นไหลมาก ๆ ถ้าเราสังเกตตัวเอง หากเราเลือกสถานที่และบรรยากาศได้ดีนั่นมันช่วยได้เยอะจริง ๆ ครับ

อีกบทหนึ่งในช่วงต้นที่ผมชอบ ก็คือการจัดการตัวเองเมื่อ “ตัน”

อาการตันเอาการตันเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุก ๆ วงการ ครีเอทีฟ คือเป็นจำพวกคิดงานไม่ออกประมาณนั้นครับ ในหนังสือแนะนำ 9 วิธีที่แนะนำให้เราทำเมื่อเกิดอาการตันครับ

  1. คัดลอกบางสิ่งบางอย่าง ในที่นี้หมายถึงว่าถ้าเราไปอ่านเจองานเขียนคำไหน หรือว่าชอบคำคำไหนของคนเขียน เราก็ลอง คัดลอกคำของคนเขียนคนนั้น เพราะเราจะได้เห็นมุมมองของคนเขียนในขณะนั้นว่าเขาคิดอย่างไร และเราจะได้รู้ว่าทำไมเขาถึงใช้คำคำนี้ เขียนประโยคแบบนี้
  2. เขียนความคิดของคนลงไปในไดอารี่ ไม่มีวิธีที่ถูกหรือผิดในการจดบันทึกของคุณ การที่เราจดบันทึกความคิด การสังเกตผู้คน หรือ ความคิดเห็นของเราในเรื่องต่าง ๆ เป็นเหมือนการออกกำลังกายทางการเขียน และทางความคิดไปด้วย และมันทำให้คุณเข้าใจตัวเองได้มากขึ้นด้วย
  3. คุยกับคนอื่น ๆ ในเรื่องที่คุณเขียน
    Gary ยกตัวอย่างว่า ในเวลาที่คุณหางาน คุณก็พูดกับคนอื่น ๆ ว่าคุณกำลังหางานอยู่ เผื่อที่ว่า ผู้คนจะนำโอกาสดี ๆ มาให้ การเขียนก็เช่นกัน การพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อที่คุณกำลังเขียนนั้นช่วยให้เรามองมุมต่าง ๆ ได้มากขึ้น ลึกขึ้นและหลากหลายมากยิ่งขึ้น
  4. ก้มไปแตะนิ้วเท้า
    ในที่นี้หมายความว่าให้คุณยืดเส้นบ้าง การทำให้ร่างกายตื่นตัวมันช่วยได้ในขณะที่คุณเกิดอาการตัน และอย่าพยายามเขียนในขณะที่คุณกำลังง่วงสุดขีดแบบตาจะปิดถึงแม้จะอัดกาแฟไปแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นเราควรพักผ่อนและออกกำลังกายด้วย
  5. วอร์มอัพการเขียน
    การวิ่งเราต้องยืดเส้น อุ่นเครื่อง เตรียมร่างกายให้พร้อมว่าเราจะวิ่ง การเขียนก็เช่นกัน เราต้องมีการวอร์มอัพบ้าง เพื่อให้เราเขียนได้คล่องขึ้น การวอร์มอัพการเขียนอย่าง ฟรีไรท์ติ้งก็ช่วยได้ ฟรีไรท์ติ้งคือการเขียนอะไรก็ได้ในกระดาษที่เราเตรียมไว้ (หากใครสนใจเรื่องฟรีไรท์ติ้งก็สามารถไปดูได้ที่ช่อง Rewrite ของพี่โจ้ พี่เนส Readery ได้เช่นเดียวกัน)
  6. จัดการ จัดระเบียบทรัพยากรในการเขียน
    ให้นึกภาพการจัดระเบียบแบบ แค็ตตาล็อกสินค้า จัดระเบียบหมวดหมู่ข้อมูลที่คุณมี
    Garry บอกว่าไม่มีวิธีที่ถูกต้องที่สุดในการจัดระเบียบทรัพยากรในการเขียนต่าง ๆ ของเรา เพราะมันขึ้นอยู่กับวิธีการทำงานของเรา วิถีชีวิตของเราว่ามันเป็นอย่างไร แต่Garry ก็ให้เทคนิคเล็ก ๆ มาเช่น
  • ลองลิสต์คำถามเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเขียน ก่อนที่เราจะไปหาข้อมูลต่าง ๆ
  1. ลิสต์สิ่งที่คุณจะทำ
    เปรียบเหมือนการทำ to do list สิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน การทำลิสต์ช่วยให้การเขียนมีโครงอะไรมากยิ่งขึ้น Garry เล่าว่านักเขียนแมกกาซีนบางคนจะไม่เริ่มเขียนเลย ถ้าไม่ได้ทำ To do list ของเนื้อหาของตัวเองขึ้นมาก่อนว่าจะเขียนอะไรบ้าง
    .
  2. จินตนาการว่าใครคือคนอ่านของเรา
    คุณรู้จักคนอ่านของคุณหรือเปล่า? Garry ถาม
    การรู้จักผู้อ่านช่วยให้การเขียนของเราง่ายขึ้น เพราะเรานึกถึงใจของผู้อ่านว่าจะชอบภาษาแบบไหน บางทีการทำ Persona ของผู้อ่านขึ้นมาก็อาจจะช่วยข้อนี้ได้เลยนะครับ
    .
  3. เขียนเพื่อ?
    สุดท้ายในข้อนี้คือ เหตุผลที่คุณเขียนมัน คุณตอบมันได้หรือเปล่า ถ้ายังตอบไม่ได้ก็อย่าพึ่งเขียนเลย การ Start with why นี่เป็นจุดเริ่มต้น เช่น คุณเขียนเพื่อ แพร่กระจายไอเดียบางอย่าง หรือเขียนเพื่อท้าทายขนมธรรมเนียมเดิม ๆ
    หาเหตุผลทางการเขียนของตัวเองให้เจอ

    สรุปก็คือผมหยิบมาแชร์ 2 บท ซึ่งเป็นบทแรก ๆ เลยนะครับ ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ใช้ภาษาไม่ยากจนคนไม่เก่งภาษาอังกฤษอย่างผมจะไม่เข้าใจ แถมยังมีศัพท์ใหม่ ๆ ได้เรียนรู้อีกด้วยครับ หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านได้เพลิน ๆ เนื้อหาไม่หนักจนเกิดไป เปรียบเสมือนเราอ่าน เว็บไซต์มีเดียม ที่เป็นหนังสือครับ โดยส่วนตัวแล้วชอบครับ! แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องลองพิสูจน์อ่านด้วยตัวเองครับ

ซื้อหนังสือเล่มนี้ : KINOKUNIYA

karnnikro
karnnikro
MD of NIKRO GROUP CO.,LTD. และบรรณาธิการบริหาร BIGDREAMBLOG | License holder TEDxBangKhunThian | ที่ปรึกษาประธาน กมธ พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน | MBTI - ENFP | Entrepreneurship Degree | อยากได้สิ่งที่ไม่เคยได้ต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำ | รักแมววว

Related Stories

12,250แฟนคลับชอบ
2,031ผู้ติดตามติดตาม
3,123ผู้ติดตามติดตาม
16,388ผู้ติดตามติดตาม
145 ผู้ติดตาม
ติดตาม

Discover

ยูเครน ครบ 1 ปีของการรุกราน

ยูเครน : 1 ปี ปูติน รุกราน #ยูเครน ตอนนี้ไปทางไหน? สถานการณ์เป็นอย่างไร? อะไรเกิดขึ้นบ้าง แล้วปูตินได้สิ่งที่ต้องการหรือยังบทความนี้จะสรุปสถานการณ์ให้ครับ

รีวิวแอนท์แมน Ant-Man and the Wasp: Quantumania

แอนท์แมน 3 กับการเปิดตัว แคง เดอะคองเคอร์เรอ หรือ แคง ผู้พิชิต กับการเริ่มต้นของ เฟส 5 อย่างเป็นทางการ ซึ่งโชว์ความสามารถของตัวร้ายของเฟสนี้ว่าเลวร้ายแค่ไหน และนี้คือรีวิวของเราครับ

ยอดมนุษย์ดาวเศร้า | หนังสือเยียวยาความโดดเดี่ยว

มีวาฬอยู่ตัวหนึ่ง ที่ถูกพบว่ามันอยู่ตัวเดียวตลอดมาเป็นวาฬที่นักวิทยาศาสตร์ติดตามมันเป็นเวลามากกว่า 20 ปีหลังจากที่พวกเขาค้นพบคลื่นความถี่ที่สูงถึง 52Hzจึงตั้งชื่อวาฬตัวนี้ว่า 52Hz วาฬ ใช้คลื่นความถี่ในการสื่อสารถึงกันและกัน แต่เจ้า 52Hz มีความถี่ที่สูงกว่าตัวอื่นที่จะมีความถี่ประมาณ 15-25 Hz ทำให้ตัวอื่นไม่ได้ยินเสียงมัน และเช่นเดียวกันมันก็ไม่ได้ยินเสียงของวาฬตัวอื่น วาฬ...

การบริหาร แบบมี สุนทรียะ หลักสูตร ATA: Topart by UTCC

หลักสูตรแรกในประเทศไทยของผู้บริหารระดับสูง ATA : Aesthetics Top Executive Program in Aesthetics and Art ที่จะได้เรียนรู้ถึงความเป็นสุนทรีย์

When Snowflakes Fall: หนาวนี้เปลี่ยนไป เพราะกำลังใจไม่เหมือนเดิม

When Snowflakes Fall: หนาวนี้เปลี่ยนไป เพราะกำลังใจไม่เหมือนเดิม ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก "River City Bangkok" กับงานที่รวมศิลปินชื่อดังมาตีความหิมะที่ต่างกัน ในนิทรรศการ When Snowflakes Fall เมื่อหิมะร่วงหล่น

10 ทักษะที่ตลาดต้องการ ในขณะนี้

ทักษะที่ตลาดต้องการ ในขณะนี้ถือว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากถ้าเทียบกันในทศวรรษนี้กับทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีการแข่งขันกันสูงมากในเรื่องของบุคคลากร นำมาซึ่งตลาดฟรีแลนซ์ที่ใหญ่ และมีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งวันนี้ผมหยิบทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาดในยุคสมัยนี้มาแบ่งปันกันครับ ซึ่งได้ข้อมูลมาจาก Snoolik เว็บไซต์ที่เป็นเทรนด์ในการทำเว็บไซต์ครับ

Popular Categories

Comments

Leave a Reply