Crypto จะไม่แมส ไม่ถูกใช้ในวงกว้าง

Reading Time: < 1 minute

Crypto currency และ Bitcoin จะไม่แมสที่คนทุกคนจะสามารถใช้จับจ่ายใช้สอยในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเช่นกาแฟ


หลังจากนั่งดูข้อมูลมา 1 ปีและดูท่าทีต่าง ๆ ด้วยความรู้อันน้อยนิด จึงได้ข้อสรุปจากชุดข้อมูลที่มีอยู่ประมาณนี้
(FYI | ก่อนหน้านี้เคยเขียนเรื่อง Bitcoin คือhttps://bit.ly/3skESt3)

Bitcoin รวมถึง คริปโทสกุลอื่น ๆ ถูกพูดถึงว่าจะเป็นสกุลเงินในโลกอนาคต ตั้งแต่การเอาด้วยของเฟซบุ๊ก(เมต้าปัจจุบัน) ตั้งสกุลเงิน Libra (ปัจจุบัน-diem) จากนั้นก็อยู่ในเทรนด์หลักของโลกมาตลอด

ราคาของ Cryptocurrency โดยส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อ กับความต้องการขาย (Demand,Supply หรือคำไทยที่เข้าใจยาก ๆ อย่างอุปสงค์และอุปทาน)

Crypto currency และ  Bitcoin จะไม่แมสที่คนทุกคนจะสามารถใช้จับจ่ายใช้สอยในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างเช่นกาแฟ เพราะโครงข่ายของมันเอง

เราเชื่่อว่า Cryptocurrency จะไม่แมส (โดยเฉพาะบิทคอยน์) หรือไม่ได้ถูกใช้ในวงกว้าง แต่เป็นแค่ตัวเลือกหนึ่งของทรัพย์สินรวมทั้งเป็นอีกช่องทางในการฟอกเงินเหตุผลก็คือ

  1. การที่จะทำให้เป็นแมสระดับโลกได้มันต้องได้รับการยอมรับจากรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลก และเราเชื่อว่าโดยส่วนมากจะไม่ยอมรับ เพราะมันอาจจะเป็นภัยด้านการเงินและกฏหมายในอนาคต เพราะคริปโตส่วนใหญ่ออกโดยบริษัทเอกชน และมีความผันผวนสูงเกินไป
    แต่รัฐของหลาย ๆ ประเทศก็ไม่ได้ปฏิเสธเทรนด์ดิจิทัล จึงออกมาเป็น CBDC หรือ Central Bank Digital Currency ยกตัวอย่างเช่น หยวนดิจิทัล รวมทั้งประเทศไทยอย่าง บาทดิจิทัล ที่มีความมั่นคงในมูลค่าและสามารถนำมาประเมินด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคได้ด้วย
    .
  2. โครงสร้างทางการเงินเดิม (financial infrastructure) ของทั่วโลกค่อนข้างดี รวมทั้งประเทศไทยก็เป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างดี ถึงแม้การเข้ามาของ บาท ดิจิทัล ที่เป็น CBDC ก็เข้ามาได้อย่างลงตัวเพราะคนไทยค่อนข้าง ชินกับเงินดิจิทัลแล้ว อย่างพร้อมเพย์ เป๋าตัง หรือแม้แต่การโอนเงินผ่าน superapp ของธนาคารรวมทั้งทรูวอลเล็ทเองก็ดี
    .
  3. ค่าใช้จ่ายในการจ่ายในแต่ละครั้งของ Cryptocurrency บน Blockchain ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่่าการซื้อกาแฟอเมซอน 1 แก้ว และยังใช้เวลานานกว่าทรานเซคชั่นจะเรียบร้อย ยกตัวอย่างเช่นซื้อกาแฟ 50 บาทค่าบริการบนบล็อคเชนอยู่ที่ 100 บาท มันก็ไม่เมคเซนที่จะใช้คริปโตจ่ายเงินโดยตรง และกว่าจะโอนเรียบร้อยก็ ครึ่งชั่วโมงหรือหลายชั่วโมง
    การใช้ Cryptocurrency จึงเมคเซนที่จะจ่ายในสินค้าหรือบริการที่ราคาสูงเช่น รถ บ้าน หรือที่ดินเป็นต้นจึงไม่สามารถเข้าถึงคนระดับแมสได้
    .
  4. BITKUB(รวมทั้ง ZIPMEX) ทำให้การซื้อขายคริปโทเป็นเรื่องง่าย และมีการไปร่วมกับพาร์ทเนอร์กับบริษัทเอกชนต่าง ๆ เพื่อชูว่าสามารถจ่ายเป็นคริปโทได้ ซึ่งฟังเหมือนว่าจะเข้าถึง แต่ความจริงแล้วมันเป็นเพียงการตลาด (ในมุมมองของเราซึ่งอาจจะเข้าใจผิด)
    ในการทำการโอนร่วมกับตลาดซื้อขายคริปโต(เราขอพูดถึง BITKUB เป็นพิเศษ เพราะคนน่าจะเห็นภาพกว่า)
    ปัจจุบันการซื้อขาย crypto กับสินค้ามันไม่ได้ชำระผ่านเงิน Crypto แต่เป็นการแลกเงินเป็นบาทในขณะจ่ายเงิน
    ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
    กานต์ซื้อกาแฟด้วย KUBCOIN —> ขณะจ่ายเงินจะเป็นการแปลงค่าเงินและขายบนกระดาน ณ เวลาเดียวกันเป็นบาท –> ร้านกาแฟก็จะได้รับเงินตามมูลค่ากาแฟที่เป็นบาท
    ซึ่งยิ่่งทำให้ชัดเจนว่ามันยังต้องกลับหาค่าเงินที่เป็นบาทของรัฐอยู่ดี
    .
  5. Bitcoin (ไม่รวมสกุลอื่น) ใช้ทรัพยาการธรรมชาติเยอะเกินไปขัดต่อ Sustainable development goals ที่สหประชาชาติมีร่วมกัน
    .
  6. Cryptocurrency ที่ทำการซื้อขายบนบล็อกเชน (ทั้งหมด) เป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดี จึงจะเฉพาะกลุ่มในกลุ่มที่ต้องการปิดบังเรื่องการโอนเงินหรือธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะได้มาชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ชอบด้วยกฏหมาย แต่ตรงนี้จึงทำให้รัฐหลาย ๆ รัฐน่าจะไม่เห็นด้วย เพราะถ้าปล่อยไปนาน ๆ มันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐได้เลย ในส่วนระบบการเงินล้มเหลวลองคิดภาพในรัฐที่ไม่เหลือเงินในระบบเลยหรือแม้แต่ออกเงินสดมาก็ไม่มีค่าเพราะคนไม่ใช้ เพราะเงินทั้งหมดอยู่บนบล็อคเชนและคนใช้บนนั้นมากกว่า
    .
    อันนี้เป็นเหตุผลว่าทำไม Cryptocurrency จะไม่แมสเป็นการเงินหลักของมนุษย์ แต่เป็นทางเลือกในการบริหารทรัพย์สินในพอร์ตการลงทุนพอร์ตหนึ่งเท่านั้น รวมทั้ง Crypto จะยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้เกิด CBDC ในอนาคตและเราเชื่อว่า CBDC จะเป็นการเงินกระแสหลักมากกว่าคริปโทนั้นเอง
    ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นข้อมูลที่เรามีในปี 2021 เท่านั้นปีหน้าอาจจะมีอะไรใหม่ ๆ ยกตัวอย่างเช่น เราไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารได้สำเร็จแล้วดาวอังคารใช้ Cryptocurrency มันก็เป็นกระแสหลักของมนุษย์ดาวอังคารได้เช่นเดียวกัน

ข้อความโต้แย้งเกี่ยวกับ Crypto โดยเฉพาะ Bitcoin

ล่าสุด

เพิ่งมีงานวิจัยจาก National Bureau of Economic Research ออกมาเมื่อวานว่า
“คนไม่ถึง 1% ควบคุมอุปทานของ BITCoin เกือบ 30%”
ในงานวิจัยมีความเห็นที่ทำให้เห็นว่า “การควบคุมตลาดการเงินที่เหมือนรัฐบาลทำ นั้นมีเหมือนกันในบิทคอย แค่เปลี่ยนมือไปอยู่ที่บุคคลนิรนามที่ตามหาตัวไม่ได้นั้นเอง”

ทำให้Bitcoin ถูกตั้งคำถามว่า มันเป็นสกุลเงินไร้คนควบคุมจริง ๆ หรือเปล่า ?

karnnikro
karnnikro
MD of NIKRO GROUP CO.,LTD. และบรรณาธิการบริหาร BIGDREAMBLOG | License holder TEDxBangKhunThian | ที่ปรึกษาประธาน กมธ พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน | MBTI - ENFP | Entrepreneurship Degree | อยากได้สิ่งที่ไม่เคยได้ต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำ | รักแมววว

Related Stories

spot_img

Discover

The Ultimate Africa Travel Bucket List

There are times when you wish you could get away from it all by...

Which Resort in Mauritius is Right for You?

There are times when you wish you could get away from it all by...

How to Choose the Right African Safari

There are times when you wish you could get away from it all by...

Jungle Getaway in the Heart of Cameroon

There are times when you wish you could get away from it all by...

Best Spots to See Wildlife in the U.S.

There are times when you wish you could get away from it all by...

California Desert Travel Tips & Insights

There are times when you wish you could get away from it all by...

Popular Categories

Comments

Leave a Reply