ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีแล้วมันจะเสร็จโดยที่ไม่รู้ตัว

Reading Time: < 1 minute

การจดจ่ออยู่กับปัจจุบันเหมือนการทำงานใด ๆ สักงานหนึ่ง โดยที่ทำไปเรื่อย ๆ จนมันเสร็จไปเองโดยที่ไม่รู้ตัว การฝึกสมาธิและการทำสมาธิมันเป็นวิธีที่ทำให้เรามีความสุขได้ทุกคนคงทราบดีในเรื่องเรื่องนี้ แต่การฝึกสมาธิสำหรับหลาย ๆ คนมันไม่ใช่เรื่องง่าย

หากว่าเราลองคิดดูในมุมนี้ดูไหม ว่าการฝึกสมาธินั้นไม่ได้จำเป็นต้องนั่งสมาธิขัดสมาธิหรือทรมานร่างกายตัวเองแต่อย่างใด

          สำหรับบางคนสาเหตุของความเครียด สาเหตุของความทุกข์นั้นมาจากการที่ความคิดที่เข้ามาในแต่ละวันของตัวเองที่มันมากมายเต็มไปหมด หรือการระแวงว่าถ้าเราทำเรื่องนี้ แล้วกังวลว่าจะไม่ได้ทำในเรื่องอื่น ๆ จนกลายเป็นคน มัลติทาสกิ้ง ไปเสียอย่างนั้น

วิธีที่จะช่วยให้เราอยู่กับสิ่งที่ทำตรงหน้าได้

แบบง่ายยิ่งขึ้น ก็คือ การวางแผน การแพลนนิ่งถึงสิ่งที่จะต้องทำในแต่ละวัน โดยปกติวิธีที่นิยมก็คือ การทำ Checklist หรือการทำ Time Boxing ซึ่งมันแล้วแต่

คนถนัดตามความชอบ โดยส่วนตัวแล้วหลังจากการทดลองการทำแบบต่าง ๆ การทำ Checklist มันมีข้อดีของมันแต่หากไม่ใช้ให้ดีมันจะนำมาซึ่งการระแวดระวังกังวลว่าเหลือสิ่งที่ต้องทำอีกอยู่เต็มไปหมด

ส่วนการทำ Time Boxing คือการแบ่งเวลาเป็นช่อง ๆ และกำหนดว่าจะทำอะไรไปในช่วงเวลานั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกวิธีต้องผ่านการลองทำ การทดลองด้วยตัวเองดูว่าตัวเองชอบแบบไหน และวิธีไหนถูกจริตกับตัวเอง

          วิธีที่ผมใช้แล้วส่งผลดีที่สุดก็คือ การที่เราวางแผนของวันพรุ่งนี้ในคืนนี้ ว่าพรุ่งนี้เราตื่นมาทำอะไรบ้างในเวลากี่โมง และหาว่าอะไรคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในวันนั้น จัดลำดับความสำคัญของมัน ให้เหมาะสมกับพลังงานเช่นถ้าเราเป็นคนที่มีพลังงานทำสิ่งต่าง ๆ หรือรู้สึกสดชื่นในตอนเช้า เราก็ใช้ไปกับเรื่องที่เราต้องใช้ความคิดไปในช่วงเช้า หากเรารู้สึกว่าเราเป็นคนพลังงานอยู่ช่วงบ่ายเราก็หากิจกรรมเพื่ออุ่นเครื่องในช่วงเช้าแทน หลังจากเราวางแผนวันอย่างละเอียดถี่ถ้วนเรียบร้อยแล้ว เราอาจจะตั้งเวลาในโทรศัพท์มือถือ หรือนาฬิกาปลุกของเราไว้ก็ได้ครับ เสร็จเรียบร้อยก็โยนกระดาษแผ่นนั้นทิ้งไป ที่สำคัญที่สุดมันคือการลองผิดลองถูกดูว่า เวลาที่เราตั้งนั้นมันเหมาะสมที่เราจะทำได้หรือไม่

ผมคิดว่าในแต่ละวันควรมีเรื่องที่สำคัญที่สุดเพียง
เรื่องเดียวเท่านั้นที่เราควรทำให้เสร็จ

พึงระลึกไว้เสมอว่า การกินข้าวให้ท้องอิ่มนั้นเราไม่สามารถกินทีเดียว 1 จานได้ เราต้องตักข้าวเข้าปากทีละคำ สิ่งที่เราอยากทำก็เช่นเดียวกัน เราต้องค่อย ๆ ทำและเมื่อทำมันอย่างตั้งใจทุก ๆ ช่วงเวลาเดี๋ยวมันจะสะสมจนเสร็จเรียบร้อยเองโดยไม่ต้องรีบร้อนเลย เหมือนการกินข้าวที่ค่อย ๆ ตักข้าวลงไปในท้องของเรา ค่อย ๆ กินเรื่อย ๆ จนมันเต็มท้องนั่นเองครับ

ยกตัวอย่างเช่นงานเขียน หากเราคาดหวังว่า

เราจะเขียนหนังสือเล่มหนึ่งเสร็จภายใน 1 วัน นั้นก็อาจจะทำได้ แต่ไม่ใช่สำหรับผมแน่ ๆ ผมแค่เขียนให้ได้ตั้งใจเขียนให้ดีในทุก ๆบรรทัด ให้เพิ่มมาเรื่อย ๆ การเขียนไม่เหมือนกับการกิน เพราะต้องรวมมาตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การคิดเมนู การประกอบอาหาร และการจัดรูปแบบจาน ไปจนถึงการกิน ทุก ๆ อย่างมันมีกระบวนการของมันและทุก ๆ กระบวนการต้องใช้เวลา แต่ทุกอย่างมันจะค่อย ๆ เสร็จไปเองหากเราตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปทีละนิด ความคืบหน้าในงานมันเกิดขึ้นแน่นอนครับ

karnnikro
karnnikro
MD of NIKRO GROUP CO.,LTD. และบรรณาธิการบริหาร BIGDREAMBLOG | License holder TEDxBangKhunThian | ที่ปรึกษาประธาน กมธ พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน | MBTI - ENFP | Entrepreneurship Degree | อยากได้สิ่งที่ไม่เคยได้ต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำ | รักแมววว

Related Stories

spot_img

Discover

The Ultimate Africa Travel Bucket List

There are times when you wish you could get away from it all by...

Which Resort in Mauritius is Right for You?

There are times when you wish you could get away from it all by...

How to Choose the Right African Safari

There are times when you wish you could get away from it all by...

Jungle Getaway in the Heart of Cameroon

There are times when you wish you could get away from it all by...

Best Spots to See Wildlife in the U.S.

There are times when you wish you could get away from it all by...

California Desert Travel Tips & Insights

There are times when you wish you could get away from it all by...

Popular Categories

Comments

Leave a Reply