Reading Time: < 1 minute

สรุปเรื่องราว Peacemaker ซีซั่น 1 ซีรีส์สุดแหวกแนว โชว์ความเส้นใหญ่ของเจมส์ กันน์ จบไปเรียบร้อยแล้วแต่ยังสร้างความประทับใจให้เรายังไม่หาย และนี้คือเรื่องราวที่เราสรุปมาให้ครับ  

Peacemaker season 1

ย่อยเรื่อง พีชเมคเกอร์ ซีซั่น 1

เริ่มกันเลย หลังจากจบภารกิจใน The Suicide Squad พีชเมคเกอร์ที่รับบทโดย จอห์น ซีน่า เข้ารักษาตัวจากการบาทเจ็บเจียนตายอยู่หลายสัปดาห์ที่โรงพยาบาล และหลังจากนั้นก็ถูกให้เข้าร่วมภารกิจปริศนาที่เรียกว่า บัตเตอร์ฟลาย โปรเจกต์ซึ่ง คริสต์หรือ Peacemaker ต้องคอยไขปริศนาว่าไอ โปรเจกต์ผีเสื้อเนี้ยมันคืออะไรกันแน่

หลังออกจากคุกพีชเมคเกอร์ก็ได้กลับไปเจอพ่อของเขา แต่ด้วยภารกิจบัตเตอร์ฟลาย ทำให้ทีมของเขาต้องโยนความผิดที่คริสต์ก่อไว้ไปให้พ่อเขา ซึ่งทำให้โดนตำรวจจับเข้าคุก และเรามารู้ภายหลังว่าพ่อของคริสต์คือโคตรตัวร้ายอย่าง เดอะไวท์ดราก้อน ผู้อยู่เบื้องหลังสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ของพีชเมคเกอร์นั่นเอง

เรากลับมาที่ภารกิจของคริสต์ เขาไม่ได้ปฎิบัติภารกิจอยู่เพียงลำพัง และมีเพื่อนอย่างฮาร์ทคอต จอห์น วิจิเลนตี้ อะดาเบโย่ และเมิร์นผู้เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์นี้

และขณะที่คริสต์ได้ไปสังหารนักการเมืองที่ถูกผีเสื้อครอบงำ แล้วเขาก็ได้พบว่าโปรเจกต์ผีเสื้อ คือผีเสื้อที่เป็นแมลงจริง ๆ จึงได้แอบเก็บผีเสื้อตัวนั้นไว้อย่างไม่รู้ว่ามันอันตรายแต่ไหนหรือมันมาจากไหน

ภารกิจที่เป็นจุดเปลี่ยนของโปรเจกต์นี้คือระหว่างที่ไปบุกโรงงานผีเสื้อ ทำให้เมิร์นถูกจับได้ว่ามรีผีเสื้ออยู่ในหัวด้วยเช่นกันและคนที่รู้ความลับของเมิร์นคือ แทบจะทุกคนยกเว้น คริสต์ จึงทำให้เรารู้เลยว่าโปรเจกต์ผีเสื้อคืออะไร

ผีเสื้อคือเผ่าพันธุ์จากต่างดาวที่ต้องการจะยึดโลกไว้ แต่แมลงที่อยู่ในหัวของเมิร์นไม่ได้เห็นด้วยกับพวกพ้องเลยต้องการที่จะต่อต้านการยึดครองโลกนี้

ระหว่างที่ทำภารกิจกำจัดผีเสื้ออยู่นั้น ก็ถูกขัดขวางโดยการกลับมาแก้แค้นที่ทำให้ตัวเองเข้าคุกจากพ่อของคริสต์ หรือเดอะไวท์ดราก้อน และด้วยเป็นอย่างนั้นเองทำให้คริสต์ตัดสินใจฆ่าพ่อของตัวเอง และระหว่างเขากับพ่อมีความสัมพันธ์แบบ Love Hate relationship เพราะว่าพ่อของคริสต์เลี้ยงมาให้เป็นนักฆ่าแถมโยนความผิดให้คริสต์ว่าเป็นคนฆ่าพี่ชายตัวเองอีกด้วยทั้ง ๆ ที่เป็นความผิดของเดอะไวท์ดราก้อน

กอฟ์ฟผีเสื้อหัวหน้าแก๊งที่ Peacemaker จับไว้ก็หลุดออกมาได้ เลยไปเจาะเข้าหัวตำรวจ และเหล่าผีเสื้อก็เข้าไปลุยเจาะหัวควบคุมตำรวจไว้ และสานภารกิจควบคุมโลก จึงได้กำจัดเมิร์นทิ้งไป

คริสต์ได้รู้ถึงภารกิจที่แท้จริงของบัตเตอร์ฟลาย ที่นอกจากพวกมันครอบงำร่างมนุษย์และเพิ่มพละกำลังได้แล้ว มันไม่สามารถกินอาหารของมนุษย์ได้ จึงต้องพึ่งพาน้ำหวานที่ผลิตโดยสัตว์อวกาศที่ในหนังเรียกว่าวัว

ซึ่งวัวอวกาศก็ถูกพามาไว้บนโลกด้วย และเป็นแหล่งที่มาของพลังงานทั้งหมดของผีเสื้อ ถ้าทำลายวัวได้ผีเสื้อทั้งหมดก็จะไม่มีอาหารกิน

และในตอนสุดท้ายของ พีชเมคเกอร์ คริสต์และพวกจึงไปทำลายโรงนาของเอเลี่ยนที่มีวัว ซึ่งเขาได้เผชิญหน้ากับวัวยักษณ์ขนาดมหึมา และในท้ายที่สุดก็กำจัดวัวได้สำเร็จ ซึ่งเป็นบทสรุปของซีรีส์เรื่องนี้

The Butterfly Project

เราได้เห็นฉากที่พีชเมคเกอร์นึกถึงสิ่งที่ตัวเองสาบานไว้กับการสร้างความสงบให้แก่โลก ซึ่งกอฟฟ์ หัวหน้าของผีเสื้อก็ได้เล่าให้พีชเมคเกอร์ฟังถึงคำสาบานของตัวเองเช่นเดียวกันหวังว่าจะทำให้พีชเมคเกอร์กลายมาเป็นพวกได้

จุดประสงค์ของผีเสื้อคือต้องการจะรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์ไว้ เพราะเชื่อว่ามนุษย์กำลังอยู่ในอันตรายที่ไม่สนใจคำเตือนของวิทยาศาสตร์เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เหมือนเผ่าพันธุ์ของตน ไม่อยากให้มนุษย์มีจุดจบเดียวกัน

แต่พีชเมคเกอร์เลือกที่จะไม่ให้ความร่วมมือเพราะเข้าใจถึงสถานการณ์ เพราะเคยถูก อะเดบาโย่ ใส่ร้ายว่าเขียนไดอารี่ เพียงเพราะอเดบาโย่คิดว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นพีชเมคเกอร์จึงไม่ต้องการทำในแบบเดียวกัน และก็ยุติการรุกรานของเอเลี่ยนไว้

เซอร์ไพรส์จากเจมส์ กันน์

และในตอนสุดท้ายมีการเซอร์ไพรส์จากเจมส์กันที่ถึงทีมจัสติสลีก มาร่วมแจมซีรีส์ได้ถึงสองคนเลยนะครับ ก็คืออควาแมนและเดอะแฟลช และมีข่าวว่าเขาไปถ่ายทำฉากจบนี้ในกองถ่ายของมาร์เวลด้วย นั่นพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้กำกับที่ทั้งสองค่ายต้องการตัวขนาดไหน

หลังจากนี้คือความรู้สึกที่ได้ดู Peacemaker ซีซั่น 1 เป็นรีวิวของเรานะครับ

ผมรู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้มันตลกมาก ในตอนแรกที่เลือกดูเพราะจะอัปเดตว่าดีซีจะไปอย่างไรต่อ และก็แอบเอาใจช่วยดีซีพอสมควรเลยครับ แต่ก็ไม่กล้าคาดหวังอะไรมาก

ผลปรากฏว่ามันดีเหนือความคาดหมายแฮะ เรื่องนี้ไม่ได้มาแบบบู๊มันหยด แต่มาแนวตลกหน้าตาย และเป็นซีรีส์หรือหนังไม่กี่เรื่องที่ผมไม่เคยกดข้ามฉากเปิดเลยล่ะครับ

และมีหลายฉากหลายตอนที่ทำให้ผมขำความจอห์นซีน่าไปสักพัก ทั้งการใส่ความฮีโร่ ทั้งการพูดอะไรที่มันไม่เมคเซ้นแต่เขาเชื่อแบบนั้นอย่างสุดใจ

โดยสรุปแล้ว

โดยสรุปแล้ว พีชเมคเกอร์ ซีซั่น 1 เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างได้ดีเหนือความคาดหมาย มาแนวตลกซึ่งเป็นตลกเทสต์ที่ผมชอบ การวางพล็อตตัวละคร ถึงแม้ไม่หนักแบบเอาจริงเอาจังแต่มันเป็นบทเบา ๆ ที่รับได้เพราะมาแนวขายขำ การแสดงของจอห์นซีน่าทำให้รัก เจ้าพีชเมคเกอร์มากไปอีก

แล้วคุณล่ะครับดูจบแล้วให้กี่คะแนน อย่าลืมคอมเมนต์แบ่งปันคะแนนของคุณกับเราด้วยนะครับ