ถ้างานหลัก กับงานรัก เป็นคนละงานกัน เรามีวิธีคิดอย่างไรได้บ้าง

Reading Time: < 1 minute

วันนี้เรามากับ รีวิวหนังสือ ที่ผมชอบที่สุดเล่มหนึ่ง แต่ปัจจุบันหาซื้อไม่ค่อยได้แล้วนะครับ โดยอดีต CEO ของอินทัช ที่สัมภาษณ์ ดีเจพี่อ้อย ซึ่งเป็นหนังสือที่อุ่นหัวใจเล่มหนึ่งเลยครับ ซึ่งจะแสดงมุมมองของคุณอาสมประสงค์ได้อย่างดี หนังสือเล่มนี้เหมือนเราได้ปรึกษาคุณอาแล้วมันรู้สึกได้มุมมองและอบอุ่นมาก ๆ

ถ้างานหลัก กับงานรัก เป็นคนละงานกัน เรามีวิธีคิดอย่างไรได้บ้าง

เราต้องทำความใจ ก่อนว่า ไม่มีใครเลยนะครับที่ได้ทุกอย่าง อย่างที่เราต้องการ ไม่มีใครเลยที่สมหวังไปทุกเรื่อง ถ้าเราเข้าใจความเป็นจริงตรงนี้ ยอมรับในสิ่งนี้ ก็อาจจะต้องบอกตัวเองว่า “เมื่อไม่มีสิ่งที่รัก ก็รักสิ่งที่มี”

แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะบอกให้รัก ก็รักสิ่งที่ตัวเองมีแบบนั้น

มันต้องอาศัยองค์ประกอบที่จะทำให้เกิดความรักขึ้นมาได้ และถ้าใจเรายอมรับได้ว่า อ๋อชีวิตมันเป็นอย่างนี้แหละ

“รัก” กับ “ชอบ” มันมาจากอารมณ์ของเราทำไมเราถึงปล่อยอารมณ์มาครอบงำตัวเอง เมื่อเรายังมีสิ่งที่เราชอบตอนนั้น เรามาชอบสิ่งที่มีตอนนี้ได้ไหม?

ถ้าสิ่งที่เราชอบยังไม่มาอยู่ในมือเรา เราทำสิ่งที่เรามีตอนนี้ซะก่อน มันอาจจะเป็นสะพานนำเราไปสู่สิ่งที่เราชอบก็ได้ แต่แค่มันอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ สร้างกำลังใจให้ตัวเองก่อน

มองเห็นประโยชน์ของสิ่งที่เราทำ ถ้ามัวบอกตัวเองว่า นี่มันไม่ใช่งานที่เรารัก มันไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ เราก็จะยิ่งสับสนกับงานและเราก็จะมองหาประโยชน์ของสิ่งที่เราทำไม่เจอ

ยกตัวอย่างชีวิตช่วงหนึ่งของคุณอาสมประสงค์

ปี 2007 ช่วงสิงหาคม คุณอาได้รับตำแหน่งเป็น CEO สักพักหนึ่งแล้ว ตอนนั้นคุณอาบอกว่าเต็มไปด้วยความทุกข์ ความยากของงาน เพราะเกิดแรงกดดันจากหลาย ๆ ด้าน ในสมัยนั้นก็มีเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายก และก็เรื่องภายในองค์กร มีพนักงานมานั่งร้องไห้ต่อหน้าคุณอา ถามว่าบริษัทจะถูกปิดไหม พนักงานบางคนมาคุยให้ฟังว่า ครอบครัวขอให้ลาออกจากบริษัทเพราะปัญหาการเมืองด้วย

ตอนนั้นคุณอาก็หดหู่ แต่เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง มันทำให้คุณอาคิดได้ว่า การที่เราต้องเผชิญอุปสรรคหรือปัญหาแบบนี้ เป็นโอกาสที่ไม่ได้จะมีทุกคนเจอ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่าย ๆ และถามว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม คำตอบก็คือเรามั่นใจว่าถูกต้อง

คราวนี้ถ้าเราผ่านโจทย์นี้ไปได้ล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น?

บริษัทก็จะดำเนินต่อไปได้ พนักงานเป็นหมื่นคนก็จะมีความมั่นคงในการทำงาน ครอบครัวของพนักงานด้วย และอีกจำนวนมากก็คือคนที่มาค้าขายกับเราก็จะไม่ล้มตามไปด้วย พอคิดได้ถึงตรงนี้ จิตใจมันก็ฮึกเหิม และก็ปิ๊งขึ้นมาว่า นี้คือโอกาสไม่ใช่บทลงโทษ

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้จะเป็นประสบการณ์ในชีวิต

เรื่องทั้งหลายที่มากระทบจิตใจเราจากนี้มันจะทำให้จิตใจเราสูงขึ้นและดีขึ้น การที่ต้องแก้ปัญหาหรือรับมือกับเรื่องยาก ๆ ให้ถือว่าเป็นความภูมิใจที่เราได้รับความไว้วางใจ แสดงว่าเรามีคุณสมบัติที่ดี เขาถึงมอบหมายงานให้เราทำ

อีกเรื่องจากประสบการณ์ในชีวิตของคุณอา

คือคุณอาอยากเป็นนักบินขับไล่

ตอนนั้นคุณอาพยายามจนได้ทุนของกองทัพอากาศ แต่เมื่อจะเรียนจบกำลังจะไปเรียนต่อ สมัยนั้นก็มีการเดินขบวนขับไล่ฐานทัพอเมริกัน อเมริกาเลยถอนทหารออกไป งบในส่วนของทุนเรียนก็โดนตัดออกไปด้วย ก็เลยหมดโอกาสในการเรียนเป็นนักบินอย่างที่ใฝ่ฝัน

คุณอาบอกว่า เสียใจก็เสียใจ แต่มันไม่ใช่ความผิดอะไรของคุณอา เป็นความผิดของใครก็ไม่รู้อย่าไปนั่งโทษเลย และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไรดี เมื่อทางนี้ไม่ได้ ก็หาทางใหม่

หลังจากเรียนจบคุณอาก็เข้ารับราชการในกองทัพอากาศ เหล่าสรรพาวุธ และลาออกจากกองทัพด้วยความอาลัย และได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทสายการตลาดที่ AIT และไปทำงานต่อที่ปูนซิเมนต์ไทย

ตอนนั้นคุณอามองเห็นสิ่งที่หนึ่งจากประสบการณ์ของตัวเอง นั่นคือ งานขายและการตลาดเป็นงานที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน

ไม่มีงานอะไรเลยที่ไม่มีงานขายและการตลาด

อย่างบารัค โอบาม่า อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ เขาได้รับเลือกเพราะเขาขายไอเดียให้กับมวลชนได้ เขาถึงประสบความสำเร็จ

เพราะฉะนั้นคุณอาจึงมองว่างานการตลาดและงานขายเป็นงานที่สำคัญมาก ถ้าปราศจากสองเรื่องนี้ธุรกิจก็จะไปต่อไม่ได้เลย

ในชีวิตเรามีการขายตลอดเวลา นั่นคือขายไอเดีย แม้กระทั่งจะมีแฟนเรายังต้องขายความเป็นตัวเองเลย โดยต้องพยายามทำความรู้จัก และเข้าใจเขา เราถึงจะขายความเป็นตัวเองได้อย่างถูกต้อง

นี่เป็นจุดที่คุณอาบอกว่าสร้างองค์ประกอบของความชอบขึ้นมาใหม่ และจุดนี้เป็นจุดที่ความชอบเกิดขึ้นมาแล้ว พอเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราทำ อย่างคุณอาก็เห็นคุณค่าในงานขายและงานการตลาด เราก็จะทำด้วยความเต็มใจและภูมิใจ ผลงานก็ออกมาดี เพราะไม่ได้ทำด้วยความจำใจ

สรุปโดยรวมแล้ว

เพราะฉะนั้นเวลามองอะไร มองให้เห็นประโยชน์ที่แท้จริง ประโยชน์ที่ลึกของมัน ถ้าเรามองมันตื้น ๆ เช่นว่า ทำ ๆ ไปเถอะเดี๋ยวก็ได้เงินเดือน มันจะรู้สึกโหดร้ายกับตัวเองอยู่ไม่น้อยแต่ถ้าเรามองไปถึงประโยชน์ที่แท้จริงของมัน การขายและการตลาดมีความสำคัญอย่างไร และมีความน่าภูมิใจอย่างไรที่ได้รับมอบหมายให้ทำ เราจะทำงานออกมาด้วยใจที่เราอยากจะทำ ผลงานก็จะดีตามมา

เคล็ดลับในการเดินทางสู่ความสุขคือทำในสิ่งที่รัก
แต่เคล็ดลับในการเดินทางสู่ความสำเร็จ คือรักในสิ่งที่ทำ

สมประสงค์ บุญยะชัย

อย่าลืมกดติดตามช่องเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ : https://www.youtube.com/c/bigdream2014

อย่าพลาดที่จะสนับสนุนพวกเราโดยการกดไลก์

ความคิดเห็น

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy