สงครามรัสเซีย-ยูเครน ประเทศไทยขยับยังไงต่อ?

Reading Time: 2 minutes

ยูเครน และรัสเซีย มีสงครามในช่วงที่ผ่านมา จากการนำของประธานาธิบดี Zelenskyy ขอยูเครน และ Putin ของรัสเซีย ท่ามกลางการประณามจากนานาชาติโดยเฉพาะสหภาพยุโรป แล้วไทยต้องขยับตรงไหน อันนี้คือความคิดเห็นของเราครับ

สรุปเรื่องราวคร่าว ๆ ของสงคราม รัสเซีย ยูเครน

บริบทรวม ๆ ของสงครามครั้งนี้ รัสเซียต้องการที่จะเอาผู้นำที่เชื่อฟังตัวเองขึ้นแทน ประธานาธิบดี Zelenskyy ยูเครนปัจจุบัน ซึ่งรัสเซียน่าจะมีแผนที่ของตัวเองในมือ ซึ่งแตกต่างจากแผนที่นานาชาติ เหมือนที่ประเทศจีนมีประเทศโลกโดยมีประเทศตัวเองอยู่ตรงกลาง ผมคิดว่ารัสเซีย น่าจะรวมประเทศยูเครนเป็นประเทศของตนเองด้วย

เหตุการณ์มันหนักขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ปล่อยข่าวหนัก ๆ ว่ารัสเซียเตรียมบุกไปยังยูเครน ขณะนั้นเองประธานาธิบดี ของยูเครนยังออกมาบอกว่า “มันไม่มีอะไร” และให้แต่ละประเทศแยกย้าย จนไม่กี่วันก่อน วันที่ 25 กุมภาพันธ์ รัสเซียก็บุกเข้ามายูเครนจริง ๆ โดย ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย บอกว่าไม่ได้จะมายึดประเทศยูเครน แค่จะเอาพวกทหารกับความเชื่อของสหรัฐออกไป ซึ่งหมายความว่าจะไม่ให้ยูเครนเข้า NATO

ในด้านของประธานาธิบดียูเครนบอกว่าพวกเราอยู่เฉย ๆ อยู่ในประเทศของเรา เรายินดีที่จะเจรจาเพื่อยุติสงคราม แต่ถ้ายังไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น เราจะต้องต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง และไม่ยอมต่อรัสเซีย

รัสเซียบอกยินดีจะเจรจาเหมือนกัน แต่เงื่อนไขของรัสเซียคือ ยูเครนต้องวางอาวุธทั้งหมดก่อนจะเจรจา ซึ่งคือให้ยอมแพ้ โดยประธานาธิบดี ปูติน กล่าวให้ประชาชนยูเครนยึดอำนาจประธานาธิบดียูเครนด้วย

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักรหรือ UK บอกว่ารัสเซียไม่ได้ขอเจรจาบนพื้นฐานการทูต ถ้าจะเจรจาบนพื้นฐานของการทูตรัสเซียต้องถอยกลับประเทศตัวเองก่อนเจรจา และไม่ใช่การเจรจาบนปลายกระบอกปืน
  • ทางกลาโหมของสหรัฐฯ รายงานก่อนหน้านี้ว่าตอนนี้รัสเซียเตรียมทหารรอบยูเครนเป็นแสนนาย

ทั่วโลกรุมคว่ำบาตรภายใต้การนำของสหราชอาณาจักร และตลอดเวลา ประธานาธิบดี ยูเครน คุยกับผู้นำหลาย ๆ ประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือ ทั้งด้านอาวุธและการคว่ำบาตร และรับการช่วยเหลือด้านอาวุธและด้านมนุษยธรรมจากหลาย ๆ ประเทศ แต่ยังปฏิเสธความช่วยเหลือของ US ที่จะพาตัวเองลี้ภัยการเมือง บอกว่าตัวเอง “ต้องการกระสุนไม่ใช่รถเพื่อหนี” และบอกผ่านสื่อว่า “เวลาคุณมาโจมตีเรา คุณจะเห็นหน้าเรา ไม่ใช่เห็นแผ่นหลังของเรา”

ท่ามกลางสงครามประเทศไทยอยู่ตรงไหน?

ท่ามกลางการคว่ำบาตรนานาประเทศ นิวซีแลนด์เตรียมไล่ทูตรัสเซียออกนอกประเทศ ออสเตรเลียก็ช่วยยูเครนเช่นกัน แต่ด้านไทยยังเงียบอยู่ ซึ่งกรณีที่ร้ายแรงที่สุดในครั้งนี้คือเกิดสงครามโลก หากมีประเทศที่ 3 เข้าโจมตีรัสเซีย

รัสเซียบอกว่าถ้าประเทศอะไรมายุ่งต้องโดนตอบโต้จากรัสเซียอย่างรวดเร็ว และตอนนี้ยังไม่มีกฎใด ๆ ที่ทำให้นานาประเทศเข้าร่วมหรือส่งทหารเข้าร่วมได้อย่างชอบทำ เพราะยูเครนไม่ใช่สมาชิกทั้งNATO และ EU ถึงแม้ สหราชอาณาจักรจะผลักดันยูเครนเข้า NATO อย่างหนักในก่อนหน้านี้ แต่ประเทศอื่นยังไม่เห็นด้วย

ประเทศไทย เลือกที่อยู่กลาง ๆ โดยแถลงผ่านองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย บอกให้คุยกันอย่างสงบหาทางออกร่วมกันฉันมิตร ซึ่งถึงแม้ผมจะไม่อยากพูดแบบนี้ ผมคิดว่าเป็นการกระทำที่เหมาะสมของประเทศไทย เพราะว่ามีวลีว่า “ถ้าจะพูดอะไรที่ไม่ฉลาดออกมา เลือกอยู่เงียบ ๆ ดีกว่า”

ถึงแม้ใจจริงผมจะอยากให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ออกมาคว่ำบาตรรัสเซียอย่างรุนแรงและรวดเร็ว แต่เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ถ้าจะทำแบบนั้นได้ต้องเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันและสามารถสร้างรายได้ ได้มากแม้ไม่มีชาติพันธมิตรของรัสเซีย รวมทั้งจีน

อย่างเช่นไต้หวันที่มีอุตสหกรรมชิพของตัวเอง ที่ทั่วโลกต้องพึ่ง หรือญี่ปุ่นที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าเป็นประเทศมหาอำนาจในเอเชียและเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่อยู่ใน G7 ถึงจะประกาศแบบนั้นได้ ตัดมาที่ไทยภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ที่บอกว่า ไทยจะเป็นครัวโลก ดูเหมือนจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่สร้างรายได้ให้ไทยได้มากขนาดนั้น เพราะว่าไทยต้องพึ่งพาการท่องเที่ยว

มิหนำซ้ำประเทศไทยยังซื้อขายอาวุธกับจีนจำนวนมากอีกด้วย การเลือกจุดยืนข้างใดข้างหนึ่งจึงไม่ใช่การตัดสินใจอย่างฉลาด

แต่ถ้าเรามีรัฐบาลที่ทำให้ประเทศตัวเองมีอำนาจและทางการแข่งขันได้ก็สามารถประกาศจุดยืนได้ครับ เพียงแต่ยังไม่ใช่ ในรัฐบาลชุดนี้

แล้วรัฐบาลไทยควรทำอย่างไรต่อ?

ผมคิดว่าควรหารือกับ อาเซียน แล้วใช้การแถลงแบบกรณีพม่าที่ผ่านมา จับตัวกันเป็นก้อนกับอาเซียน โดยพูดในนามประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีน้ำหนักมากกว่าการแถลงอย่างโดดเดี่ยว ซึ่งผมคิดว่าการที่นายกประยุทธ์ไม่พูดอะไรยังเป็นการดีที่สุดของประเทศไทย

เพราะผมเชื่อว่าถ้าท่านนายกพูดอะไรออกมาคงไม่ดีกับประเทศไทยแน่ เพราะประวัติศาสตร์มันเป็นอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ดี ประเทศไทยควรมีรัฐบาลที่ชอบธรรมปราศจาก สว.โดยเร็วเพราะมันจะทำให้เกิดการแข่งขันด้านนโยบายจริง ๆ ไม่ผูกขาดนายก และเมื่อนั้นประเทศไทยจะมีความได้เปรียบทางการแข่งขัน

เพราะประเทศไทยจะพัฒนาโดยต้องมีจุดเริ่มต้นจากระบบที่ดี และเมื่อนั้นประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีเอกราชที่แท้จริงและมีความได้เปรียบด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ไม่ต้องง้อให้ใครมาทำการค้าด้วยแบบไต้หวัน และนโยบายของประเทศก็จะพัฒนาไปตามระบบ ความเข้มแข็งของกองทัพก็จะเติบโตตาม

และต้องไม่มีรัฐประหารอีกในประเทศไทย รวมทั้งในกรณีการรุกรานของรัสเซียต่อยูเครน ประเทศไทยก็จะสามารถแสดงจุดยืนที่จะยืนข้างผู้ที่ถูกกระทำโดยไม่ต้องกลัวโดนกระทำแบบในปัจจุบันครับ

แต่ทั้งนี้เองก็สามารถแสดงจุดยืนได้อยู่หากพูดใน ประเทศที่เป็นพันธมิตรนอกกลุ่ม NATO อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการเป็นพันธมิตรกันตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ซึ่งปัจจุบันผมไม่แน่ใจว่า นายกประยุทธ์เห็นด้วยกับการเป็นพันธมิตรกับ NATO แค่ไหน? ทิ้งไว้เป็นคำถามให้ผู้อ่านลองตอบกันเอง

โดยสรุปแล้ว

ประเทศไทยควรสื่อสารหรือจัดประชุมกับเพื่อนบ้านแถบ อาเซียนว่าเราจะขยับอย่างไรต่อ หากมีสถานการณ์ที่เลวร้ายมากขึ้นจากรัสเซียยูเครนอย่างเร่งด่วนที่สุด

ติดตามรายละเอียด การรุกรานของรัสเซียไปยูเครนได้ที่ Twitter

อย่าพลาดที่จะสนับสนุนพวกเราโดยการกดไลก์

ความคิดเห็น

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy