Reading Time: < 1 minute

ครัวเรือนในอังกฤษที่เปิดบ้านรับผู้ลี้ภัยจากยูเครนจะได้รับเงิน 350 ปอนด์ (ประมาณ 15,000 บาท) ต่อเดือนสำหรับการเปิดรับผู้ลี้ภัยจากวิกฤตในยูเครนจากการรุกรานโดยรัสเซีย

โครงการสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร

ซึ่งเกิดขึ้นจากโครงการของรัฐบาลอังกฤษที่ชื่อว่า Homes For Ukraine ที่รณรงค์ให้ประชาชนเปิดรับหรือใช้ห้องว่างของตัวเองให้กับผู้ลี้ภัยจากสงครามยูเครนเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

สภาผู้ลี้ภัยมีการตั้งข้อสังเกตต่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรในก่อนหน้านี้ว่ามีความเอาจริงเอาจังต่อวิกฤตนี้แค่ไหน เพราะมีปัญหาด้านการเปิดรับ VISA ของผู้ลี้ภัยมาจากยูเครนที่ยังรองรับได้ไม่เยอะเท่าที่คาดหวัง

วิกฤตในยูเครนทำให้มีผู้คนมากกว่า สองล้านคน (อิงข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ 13 มีนาคม 2022) ลี้ภัยออกจากยูเครน และสหประชาชาติคาดการณ์ว่าจะมีผู้ลี้ภัยรวม ๆ จากวิกฤตนี้มากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งสหประชาชาติบอกว่านี่เป็นวิกฤตผู้ลี้ภัยที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดนับตั้งมีสงครามโลกครั้งที่ 2

ปัญหาที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญ

รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องความเร็วและจำนวนผู้ลี้ภัยที่ได้รับการช่วยเหลือซึ่งพุ่งตรงไปยังกระทรวงมหาดไทย

โครงการใหม่นี้ถูกประกาศโดย Michael Gove เลขาธิการ Leveling Up ซึ่งเขากระตุ้นผู้คนในประเทศให้เข้าร่วมโครงการนี้ซึ่งเขาถือว่าเป็น “ความพยายามระดับชาติ” รวมทั้งเป็นการมอบพื้นที่ปลอดภัย ที่อยู่อาศัยให้กับผู้ลี้ภัยที่ต้องการมัน

ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2022 เพื่อให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนอยู่อาศัยเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งผู้ที่เปิดบ้านไม่จำเป็นต้องรู้จักผู้ลี้ภัยล่วงหน้า และทางโครงการแนะนำว่าสามารถรู้จักผู้ลี้ภัยได้ผ่านโซเชียลมีเดีย

การสมัครโครงการนี้ สามารถสมัครได้ทางออนไลน์โดยต้องสมัครทั้งผู้ที่เปิดบ้านรับผู้ลี้ภัยและผู้ลี้ภัยซึ่งจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบก่อน หลังจากนี้ผู้ที่เปิดบ้านจะได้รับเงินขอบคุณจากรัฐ 350 ปอนด์ต่อเดือน (ประมาณ 15,000บาท)

ซึ่งมีรายงานว่า องค์กรต่าง ๆ จะได้แบบนี้เช่นเดียวกันในอนาคตหากทำในแบบเดียวกันรวมทั้งองค์กรการกุศลและคริสตจักร แต่ยังไม่มีกำหนดการในการเริ่มต้นที่แน่นอนสำหรับโครงการนี้

Michael Gove บอกว่า “วิกฤตในยูเครน ส่งผลที่ช็อกไปทั่วทั้งโลก เนื่องจากมีผู้บริสุทธิ์มากมายหลายแสนคนถูกบังคับให้ลี้ภัยออกจากบ้าน และบังคับให้ทิ้งทุกอย่างที่เขารู้จักและชื่นชอบไว้เบื้องหลัง”

“สหราชอาณาจักร จะอยู่ข้างยูเครนในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด และชาวอังกฤษเข้าใจถึงความจำเป็นในเรื่องของการรับผู้ลี้ภัย ให้เขาปลอดภัยโดยเร็วที่สุด”

สงครามในยูเครนไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด ตอนนี้เป็นวันที่ 18 แล้ว

องค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ที่เรียกว่า สภาผู้ลี้ภัยในสหราชอาณาจักร ตั้งข้อสังเกตและมีความกังวลว่า ประชาชนชาวยูเครนอาจจะต้องเจอกับ อุปสรรคที่เกิดจากระบบราชการ ซึ่งองค์กรนี้มองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดโดยบอกว่า

“เรากังวลว่าผู้คนจากยูเครนยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ลี้ภัย และถูกขอให้ยื่นขอวีซ่าเมื่อพวกเขาเพียงแค่ต้องการรับประกันการคุ้มครอง

“พวกเรากังวลว่าคนที่ลี้ภัยจากยูเครน ยังไม่ได้ถูกยอมรับว่าเป็นสถานะผู้ลี้ภัย รวมทั้งเรื่องของกระบวนการการขอวีซ่าในสหราชอาณาจักร ค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลานาน”

(บริบทเพิ่มเติม : ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสหราชอาณาจักรเพิ่งอนุมัติเอกสารรับผู้ลี้ภัยได้เพียง 1,000 คน)


โดยองค์กรดังกล่าวยังย้ำว่า
“สิ่งที่เรากำลังถกกันอยู่นี้ เรากำลังพูดถึงเด็กที่มีความบอบช้ำ มีประสบการณ์ที่ไม่มีใครเคยเจอ ดังนั้นระดับการสนับสนุนของรัฐต้องสอดคล้องกับสิ่งที่เขาเจอด้วย”

“มันเหมือนกับการที่ขอให้ใครสักคนเป็นผู้ดูแลอุปถัมภ์โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบ หรือการเทรนด์ หรือจ้างนักสังคมสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือพวกเขา”

Lisa Nandy สส.จากพรรคแรงงาน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้สนับสนุนเด็ก และกลุ่มคนที่มีความเปราะบางรวมทั้งผู้สูงอายุอย่างไร ทั้งการจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ ให้สำหรับเด็กที่ต้องลี้ภัยมาลำพัง หรือการช่วยเหลือแบบไหนที่จะโอนให้กับรัฐบาลท้องถิ่น ให้องค์กรอุปถัมภ์ ในการดูแลในกรณีต่าง ๆ

เธอกล่าวว่า หากชาวอังกฤษจำเป็นต้องมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวที่ลี้ภัยชาวยูเครน ต้องรู้จัก หรือเป็นญาติกันมาก่อน นั่นจะเป็นข้อจำกัดที่ร้ายแรงมาก

Source: theguardian.com

บริบทโดยรอบ

จนถึงขณะนี้ ผู้ลี้ภัยมายังอังกฤษที่ได้รับอนุญาตแล้วมีเพียง 1,000 คนเท่านั้น และมีเพียงผู้ที่มีความสัมพันธ์แบบญาติเท่านั้นที่สามารถยื่นคำร้องผ่านโครงการ Ukraine Family Scheme ด้

สหภาพยุโรป (EU) อนุญาตให้ชาวยูเครนเข้ามาลี้ภัยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นานถึง 3 ปี แต่ในด้านสหราชอาณาจักรกล่าวว่าการควบคุมการเข้าเมืองยังมีความจำเป็นและมีความสำคัญต่อความปลอดภัย

ในขณะเดียวกันรัฐมนตรีของสกอตแลนด์และเวลส์ Nicola Sturgeon และ Mark Drakeford ได้เสนอให้ทั้งสองประเทศเป็น “ผู้สนับสนุนขั้นสูง” ให้กับผู้ลี้ภัยที่ลี้ภัยจากวิกฤตในยูเครนที่เกิดจากการรุกรานของรัสเซีย

ซึ่งการยกระดับให้เป็นผู้สนับสนุนขั้นสูง จะช่วยให้รับผู้ลี้ภัยได้อย่างรวดเร็ว และผู้ลี้ภัยสามารถเข้าถึงการคุ้มครองในระยะยาวได้