Reading Time: 2 minutes

นิสัย เล็ก ๆ ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ อันนี้พูดถึงนิสัยการใช้ชีวิต หรือ Routine ในแต่ละวันของเรา ที่เราจะทำมันซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นนิสัยที่ง่าย ๆ ทำไม่ยาก แต่หากเราทำมันทุกวันมันจะเปลี่ยนชีวิตเราแน่นอน

ใคร ๆ ก็อยากมีชีวิตที่มีความสุขขึ้น

ชีวิตที่มีความสุข มาจากความภาคภูมิใจในตนเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำให้ได้ หรือวางแผนว่าจะทำอะไรแล้วสามารถทำได้ตามที่วางแผนไว้ มันจะเพิ่มพูนความมั่นใจให้เราอย่างมากเลยล่ะครับ และมันแสดงถึงความรักและเคารพในตัวเองอีกด้วย! ผมเองก็มีสิ่งที่ทำเพื่อเพิ่มความรักและภูมิใจในตัวเองเช่นกันคือการที่ ตื่นเช้ามาวิ่ง ให้ได้นั่นเอง ซึ่งมันส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่คือมันทำให้เรามีวินัยมากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ

10 นิสัยที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ

วันนี้ผมหยิบนิสัยเล็ก ๆ ที่สามารถเริ่มทำได้ทันที ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย แต่หากทำมันทุกวันไปเรื่อย ๆ บวกกับการที่เราทำ Habit Tracker หรือการบันทึกความคืบหน้าของนิสัยเราไปด้วยรับรองว่ายังไงชีวิตก็เปลี่ยนไปแน่นอนครับ! 10 นิสัยนั้นมีอะไรกันบ้าง

1. ทำสมาธิ Meditation

ทุกวันนี้เราใช้เวลาอยู่กับอดีต และอนาคตกันเยอะมาก หรือนำใจไปอยู่ในที่ที่อื่นก่อนอยู่แทบจะตลอดเวลา ด้วยการเข้ามาของ Social media ทำให้เราใกล้กับคนไกลมากขึ้นก็จริง แต่มันทำให้เราไกลจากสิ่งที่ใกล้ด้วยในขณะเดียวกัน

ผมใช้คำว่า ทำสมาธิ Meditaion มากกว่าการนั่งสมาธิ (ถึงแม้จะอยากจะแนะนำเป็นการนั่งสมาธิก็เถอะ) เพราะว่าการที่ทำให้เรามีสมาธิได้ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิอย่างเดียวและการนั่งสมาธิอาจจะทรมาณใจสำหรับใครหลาย ๆ คน ซึ่งอาจจะยากเกินไปในตอนเริ่มต้น จึงแนะนำว่าให้ทำกิจกรรมที่ได้อยู่กับปัจจุบันและอยู่กับตนเองจริง ๆ ยกตัวอย่างเช่นการจัดบ้าน การทำงารแฮนด์เมด ที่สามารถทำให้เราจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เช่นกัน

2. จัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่ของคุณ

clean your place

ให้จัดสล็อตเวลาของคุณอย่างน้อยที่สุด 10 นาทีในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดโต๊ะทำงาน กวาดพื้น หรือทำให้พื้นที่ของคุณเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมทำแล้วมันให้ความรู้สึกว่าความยุ่งเหยิงในหัวมันน้อยลง และเราภูมิใจมากขึ้นที่จะอยู่ในพื้นที่ พื้นที่นี้ด้วยล่ะครับ

3. ทำให้คุณเห็นในสิ่งที่คุณอยากทำมันมากขึ้น

Create visual cues for things you want to do more

หยิบของที่คุณอยากจะทำมันมากขึ้นมาไว้รอบตัวคุณ ยกตัวอย่างเช่น เวลาผมอยากอ่านหนังสือมากขึ้น ที่บ้านผมจะมีหนังสือวางไว้ทั่วบ้านเลย มีอยู่ทุกที่เลยละครับ เวลาเห็นมันทำให้เราเอ๊ะใจว่าเราต้องอ่านมันบ้างแล้ว อีกตัวอย่างหนึ่งคือผมจะกินอาหารเสริมผมก็จะหยิบอาหารเสริมจำพวกวิตตามินวางไว้ที่โต๊ะทำงาน แบ่งไว้ที่ห้องนอนก็จะสามารถหยิบกินได้เวลาที่เห็น ดีกว่าไปซ้อนมันไว้ครับ

4. ฝึกดื่มน้ำให้มากขึ้น

Drink more water

ทุกวันนี้ผมดื่มน้ำวันละสามลิตรมาเป็นระยะเวลาหลายปีติดต่อกันมากแล้วครับ มันให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่อย่างไรก็ดีมันต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปครับ พยายามจิบน้ำให้เป็นนิสัย ทำให้ถี่ ๆ ได้ตลอดทั้งวันซึ่งผมรู้สึกว่าสมัยนี้คนเริ่มสนใจเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นเพราะว่าเริ่มเห็นคนพกกระติกน้ำใหญ่ ๆ ที่มีขนาดสองลิตรและจะดื่มมันให้หมด และราคามันก็ไม่ได้แพงอะไรครับ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แนะนำเลยครับ

5. ฝึกนิสัยในการเห็นคุณค่าสิ่งที่อยู่รอบตัว

Practice daily gratitude

ฝึกนิสัยในการรู้สึกดี รู้สึกขอบคุณสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ซึ่งเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องหัดทำเหมือนกันนะครับเหมือนทักษะที่เราจะมีความสุขได้ เคยมีคำกล่าวหนึ่งที่ผมชอบก็คือ ถ้าเราไม่ appreciated กับสิ่งไหน สิ่งนั้นคุณค่ามันก็จะลดลง การเห็นคุณค่า การรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่อยู่รอบตัวเรามันก็เปลี่ยนชีวิตเราได้เช่นเดียวกันครับ โดยเราสามารถเปลี่ยนเป็นการลงมือได้ก็คือบันทึกสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณไปในแต่ละวันไว้ในไดอารี่ของคุณอะไรแบบนี้ก็ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นได้เยอะเหมือนกันครับ

6. ทาครีมกันแดด

Apply sunscreen daily
 
การดูแลรักษาผิวตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะทำให้เรารู้สึกดีต่อตัวเองและรักตัวเองขึ้นมาได้เหมือนกันครับ ซึ่งการทาครีมกันแดดในระยะยาวเราจะกลับมาขอบคุณตัวเองมาก ๆ ครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้มีอายุมากขนาดนั้นแต่ถ้ามองย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ คงกลับไปบอกตัวเองว่าทาครีมกันแดดเยอะ ๆ ครับ

7. ยืดเส้น ขยับร่างกาย หรือออกกำลังกาย

Stretch and move your body

อันนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันเยอะว่ามันดีอย่างไรนะครับ นำสิ่งนี้ใส่ใน Agenda ของตัวเองไปเลยว่าจะขยับตัวยืดเส้น ออกกำลังกายอะไรตอนไหน การขยับตัวมันยังสามารถกระตุ้นฮอร์โมนในร่างกายได้หลายชนิด เช่น

  • โกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ฮอร์โมนที่จะช่วยให้เกิดการซ่อมแซมร่างกาย
  • เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า พร้อมอยู่ตลอดเวลา
  • อินซูลิน และไทรอยด์ฮอร์โมน (Insulin and Thyroid Hormone) ฮอร์โมนที่ควบคุมระดับน้ำตาลและกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย

ในทางด้านกายภาพก็เห็นประโยชน์ของการขยับตัว รวมทั้งการออกกำลังกายไปแล้ว ในด้านจิตใจมันยังมีการหลั่งสารในสมองที่ทำให้เรารู้สึกดีได้อีก ไม่ว่าจะเป็น

  • โดพามีน (Dopamine) ฮอร์โมนทำให้รู้สึกดี หากมีรูปร่างหรือน้ำหนักเป็นไปตามเป้า จะยิ่งทำให้ฮอร์โมนชนิดนี้หลั่งออกมามากขึ้น
  • เซโรโทนิน (Serotonin) ฮอร์โมนที่ลดอาการซึมเศร้า
  • เอนดอร์ฟิน (Endorphin) ฮอร์โมนแห่งความสุขที่สามารถลดอาการเจ็บปวดตามกล้ามเนื้อและลดอาการบาดเจ็บได้

8. อ่านหนังสือ

Reading

ทุกวันนี้ผมใส่ตารางการอ่านหนังสือเป็นช่วงเวลาก่อนนอน 1 ชั่วโมงสำหรับการอ่านล้วน ๆ เลยครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมที่จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ จากการอ่านหนังสือ ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งเขาบอกว่าถ้าอ่านหนังสือเรื่องยาก ๆ ก่อนนอน พอช่วงเวลาที่เรานอนสมองจะมีการจัดระเบียบความทรงจำทำให้เราจำเนื้อหานั้นได้ดีขึ้นด้วยครับ แต่ต้องแลกมากับการอ่านแล้วง่วงนั่นเองครับ

แต่อย่างไรก็ดี การอ่าน คืออีกหนึ่งวิธีการของการเรียนรู้และการได้เพิ่มพูนสมาธิ แต่หากใครมีวิธีการเรียนรู้ทางอื่นก็ได้เช่นเดียวกันครับ (แต่ผมก็ยังแนะนำให้อ่านหนังสืออยู่ดีครับ เพราะมันจะได้มีช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองด้วยครับ)

ที่สำคัญคือเราไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าว่าต้องอ่านให้ได้เยอะ ๆ หรืออะไรครับ แต่ที่สำคัญคือการสร้างวินัยให้กับตนเองนั่นเอง

9. ฉลองกับชัยชนะเล็ก ๆ ของคุณ

Celebrate your wins

ลองดูว่าวันนี้เรามี ชัยชนะเล็ก ๆ หรือ Small win อะไรบ้างแล้วเราก็ให้เวลากับการรู้สึกดีกับสิ่งนั้น ลองย้อนดูว่าตอนจุดเริ่มต้นกับเวลาปัจจุบันเรามาไกลแค่ไหนแล้ว ซึ่งการฉลองชัยชนะเล็ก ๆ กับตัวเองได้นั้นจะทำให้เรารู้สึกดีต่อตัวเอง และทำให้เราไม่ลืมความสุขระหว่างทางที่จะไปถึงสิ่งที่เราอยากจะเป็นอีกด้วยครับ รวมทั้งการฝึกที่จะฉลองความสำเร็จให้แด่ตัวเองยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นต่อตัวเองด้วยครับ

10. ฝึกประสบความสำเร็จในจินตนาการของตัวเอง

Daily visualization of your goals and dream life

นึกภาพ นึกถึงกลิ่น นึกถึงบรรยากาศราวกับว่าคุณสามารถทำความฝันของคุณสำเร็จได้แล้ว ให้ความสำคัญกับทุก ๆ รายละเอียดที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเป้าหมายและความฝันของคุณ แล้วถ้ามีเวลาก็นั่งนึกย้อนกลับมาว่าความฝันของเราต้องทำอะไรบ้าง และย่อยมันออกมาให้เล็กที่สุดแล้วค่อย ๆ  ทำมันไปครับ

ในท้ายที่สุดแล้ว

เราจะเป็นในสิ่งที่เราทำมันซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอ นั่นจะกลายเป็นแบรนดิ้งของเราไปเอง และเราจะได้ในสิ่งที่เราคู่ควร ไม่ใช่ในสิ่งที่เราอยากได้ครับ มันต้องลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างมีวินัย แล้วสิ่งที่ดี ๆ ก็จะตามมาเองครับ เซอร์อเล็ก เคยบอกไว้ว่า เมื่อไหร่ที่เราทิ้งวินัยไป เท่ากับเราทิ้งความสำเร็จไปแล้วครับ (คำคม)

อยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้ ต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

Karnnikro

follow us |

กดติดตามเพจ Big Dreams และกด see first ไว้ก่อน

เพื่อไม่พลาดบทความดีๆแบบนี้ทุกวันนะครับ