Copywriting เก่งขึ้นด้วยเล่มนี้ รีวิว สรุปหนังสือ ใช้คำให้ฉลาด

Reading Time: 2 minutes
copywriting ใช้คำให้ฉลาดรีวิวหนังสือ
Reader Rating3 Votes
8.3
7.5
คะแนน

Copywriting เป็นทักษะที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตอย่างอื่นทั้งการพูด การเขียน การเล่าเรื่อง ให้กระชับและจับใจ เพราะพื้นที่ของการเขียนคำ Copy นั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีจำกัดพื้นที่ของมันอยู่ และหนังสือเล่มนี้จะช่วยทักษะ ของการใช้คำของคุณเก่งขึ้นได้ และนี้คือรีวิว กึ่ง สรุป ของเราครับหนังสือของ ซาซากิ เคอิจิ

ทำไม Copywriting ถึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

คนที่เขียน คำโฆษณา เก่ง ๆ มักเป็นคนที่มีวาทศิลป์ พูดจาคมคาย และทำให้ผู้คนคล้อยตามได้ง่าย ซึ่งมันไม่ได้เป็นเรื่องของการเขียนเพียงอย่างเดียว  มันยังส่งผลไปยังเรื่องอื่น ๆ การพูด การสื่อสาร รวมทั้งทักษะการโน้มน้าวอีกด้วยล่ะครับ คนที่ฝึกในด้านนี้เก่ง ๆ ก็สามารถเป็นที่ต้องการในสายการทำงานได้เลย

หนังสือ แค่ใช้คำให้ฉลาดก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100 ที่เขียนโดยสุดยอดนักคิด คำโฆษณา มือหนึ่งของญี่ปุ่น นั้นให้คำแนะนำและหลักการของการคิดคำไว้ด้วย

copywriting-ใช้คำให้ฉลาดก็เพิ่มโอกาสจาก-0-เป็น-100รีวิวหนังสือ หนังสือของ ซาซากิ เคอิจิ
copywriting-ใช้คำให้ฉลาดก็เพิ่มโอกาสจาก-0-เป็น-100รีวิวหนังสือ หนังสือของ ซาซากิ เคอิจิ

เริ่มต้นของหนังสือ

หนังสือเปิดมาด้วยการเริ่มให้เราเชื่อว่า การมีวาทศิลป์ หรือเก่งในการเลือกใช้คำนั้นเป็นเรื่องที่สามารถฝึกกันได้ และไม่ใช่สิ่งที่คนที่มีพรสวรรค์เท่านั้นที่สามารถทำได้

ซาซากิ ซังเขายกตัวอย่างถึงตัวเขาเองที่ไม่ได้เป็นคนที่เก่งเลย โดยเฉพาะตอนเด็ก เขาเป็นคนที่ต้องย้ายที่อยู่บ่อย ๆ ซึ่งทำให้เขาต้องย้ายโรงเรียนตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้เขาแทบจะไม่ค่อยกล้าสร้างสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ เลยเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบ ๆ ทักษะการสื่อสารของเขาจึงแทบจะไม่ได้พัฒนา การพูด และการเขียน ก็ไม่เก่ง

แต่หลังจากพอเรียนจบ ซาซากิ ได้ทำงานด้านการเขียน คำโฆษณา ซึ่งเขาบอกว่าในช่วงทำงานตอนแรกมันทรมานมาก ๆ และเคยโดนเพื่อนร่วมงาน กล่าวว่า งานเขียนของเขาเป็นการที่เขียนเรื่อง “ไร้สาระบนกระดาษ เพื่อทำลายสิ่งแวดล้อม” เพราะงานมันใช้ไม่ได้ ซาซากิซัง จึงบอกว่าที่เพื่อนร่วมงานเขาพูดน่ะก็ถูก เพราะงานของเขามันห่วยจริง ๆ

หลังจากการโดนต่อว่าหลายต่อหลายครั้ง มันทำให้เขาเชื่อว่าเขาเองเป็นคนที่ไร้ความสามารถ และทำให้เขายิ่งเชื่อว่าทักษะการเขียน การเลือกใช้คำ เป็นทักษะที่ต้องใช้พรสวรรค์ ไม่สามารถฝึกให้เก่งขึ้นได้แน่ ๆ (อย่างน้อยที่สุดสำหรับเขา) ในขณะเดียวกันเขามองไปที่เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่มีทักษะดีขึ้นทุกวัน ๆ

แต่อย่างไรก็ดีเขาเลือกที่จะไม่ยอมแพ้และหมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทั้งการอ่านหนังสือ การฝึกฝน การใช้คำบ่อย ๆ ทำให้เขาค้นพบวิธีที่ทำให้การเลือกใช้คำน่ะ ดีขึ้นได้ ซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นหลักการเลยล่ะครับ

การเลือกใช้คำให้ได้ผลนั้นมีเทคนิคง่าย ๆ”
“เราสร้างคำพูดที่น่าประทับใจได้”

ซาซากิ เคอิจิ

ซึ่งสิ่งที่เขาค้นพบนั้นทำให้เขากลับมามีความสุขกับการทำงาน และได้เขียนเทคนิค ลงไปในหนังสือเพื่อแบ่งปันเทคนิคเหล่านี้ออกไปทั่วโลกจนเป็นหนังสือขายดีเลยล่ะครับ

ชวนออกเดตอย่างไรให้น่าสนใจ

หากเราจะเปิดว่า “ไปเดตกันนะครับ” ส่วนใหญ่ก็จะปฏิเสธกันหมด หากเปลี่ยนคำถามเป็น “ผมรู้จักร้านพาสต้าเปิดใหม่ อร่อยมากอยู่ร้านหนึ่ง ไว้ไปทานด้วยกันนะครับ” ก็จะดูน่าสนใจและน่าตอบตกลงมากขึ้น

นั้นเป็นเทคนิคแรกที่ซาซากิเล่าไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือ

ส่วนเทคนิคถัด ๆ มา คือเรื่องของคำ

เขาบอกว่า คำที่ถูกพูดซ้ำบ่อย ๆ อาจจะเป็นคำคมของบุคคลสำคัญหรืออื่น ๆ มันจะมีหลักการที่ทำให้น่าสนใจมากขึ้น แล้วเขาก็ยกตัวอย่างคำคมอย่าง

  • “อย่าใช้สมอง จงใช้หัวใจ”
  • “หนังสือเล่มเล็ก ๆ แต่บอกเล่าเรื่องราวอันยิ่งใหญ่”
  • “ความตายไม่มีความหมาย การมีชีวิตอยู่ต่างหากล่ะ”

คำดังกล่าวข้างต้นนี้ ดูเหมือนจะเป็นคนละเรื่อง แต่จริง ๆ แล้วมีโครงสร้างของประโยคที่เหมือนกันนั่นก็คือ
“คำที่ให้ความรู้สึกตรงกันข้ามกัน”

  • ใช้สมอง <–> ใช้หัวใจ
  • เล่มเล็ก <–> ยิ่งใหญ่
  • พบเจอ <–> จากลา

แค่เราเลือกคำที่ให้ความรู้สึกตรงกันข้ามกันอย่างเหมาะสม ก็จะได้คำดี ๆ จากมันได้ โดยไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบ

ในหนังสือเล่มนี้ก็คือเรื่องของการใช้คำที่ถูกต้อง หรือคำที่สื่อสารได้ตรงใจกว่า ซาซากิซัง เขาบอกว่า การเขียนคำ หรือการพูด ถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสาร ถ้าคำใดใช้สื่อสารได้ดีกว่าควรจะเลือกคำนั้น ถึงแม้มันจะผิดหลักไวยากรณ์

ซึ่งตอนแรกผมแอบกังวลเรื่องนี้ เพราะหากทำงานด้านการเขียนแบบผมนี้ การเขียนให้ถูกต้องถือเป็นหลักที่สำคัญมาก ๆ เพราะมันจะส่งผลให้ผู้อ่านรู้สึกรำคาญและไม่อยากอ่านต่อไปได้

ซาซากิซัง ยกตัวอย่างถึงคำภาษาญี่ปุ่นอย่าง “ไอชิเตะอิรุ” ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “รักนะ” คำคำนี้ถูกหลักไวยากรณ์ 100% แต่เวลาอ่านมัน มันจะเป็นความรู้สึกบอกรักที่ไม่มีความรู้สึกในคำนั้น เหมือนเป็นการเขียนรายงานผลเชิงสถิติคำว่า “รักนะ” มากกว่า

ส่วนคำว่ารักนะ ในภาษาญี่ปุ่น ที่เราจะได้ยินกันในหนัง ภาพยนตร์ หรือซีรีส์ คือภาษาพูดอย่าง “ไอชิเตะรุ” คำคำนี้เป็นคำที่เขียนผิด แต่ผู้อ่าน จะรับได้ถึงความรู้สึกว่า “รักนะ” มากกว่าคำแรก ซาซากิซังจึงแนะนำให้ใช้คำหลังมากกว่า เพราะตรงเป้าหมายของการสื่อสารมากกว่า

หนังสือบอกเทคนิคละเอียดมาก

ยกตัวอย่างในหนังสือมาแล้ว 2 ข้อ ซึ่งเป็นเชิงแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องคำ แต่ด้วยความที่เป็นหนังสือโดยมีผู้เขียนเป็นคนญี่ปุ่น ธรรมชาติของความญี่ปุ่นจะมีการ ยกตัวอย่างให้เห็นโดยละเอียดเลยล่ะครับว่า ถ้าสถานการณ์แบบนี้ให้ใช้คำแบบไหน เช่นการจะให้ใครไปอ่านหนังสือ หากเราใช้คำว่า “ไปอ่านหนังสือเดี่ยวนี้” คำนี้จะไม่ส่งผลดีเท่ากับคำที่ทำกันเป็นทีมอย่าง “ไปอ่านหนังสือกันเถอะ”

กล่าวโดยสรุปหนังสือเล่มนี้

เรียกว่าเป็นหนังสือ How-To ที่อ่านเพลิน ๆ ด้วยความที่มันไม่ได้เป็นเรื่องยาว ๆ สามารถจบบทได้ในตอนแล้วก็มีหลากหลายสถานการณ์ให้เลือกใช้ เวลาคุณอยากรู้อะไรสามารถเปิดสารบัญอ่านเรื่องนั้นได้ทันทีโดยไม่รู้สึกว่างงเลยนะครับ

เป็นเล่มที่คนอยากพัฒนาการเขียน การใช้คำ ถือว่าตอบโจทย์ ยิ่งทำงาน Copywriter ก็เป็นหนังสือที่ไม่ควรพลาด ซึ่งมันทำให้เราสามารถจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ได้จากการใช้คำของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำธุรกิจ การเรียน หรือแม้แต่เรื่องความสัมพันธ์เอง

หนังสือเล่มนี้บอกว่าชีวิตคุณจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคำที่เราเลือกใช้ แค่ใช้คำอย่างฉลาด ก็สามารถเพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100 ได้อย่างง่ายดาย

รายละเอียดหนังสือ

83_ปกหน้า_แค่ใช้คำให้ฉลาดก็เพิ่มโอกาสจาก_0_เป็น_100
แค่ใช้คำให้ฉลาดก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100
  • ผู้เขียน  ซาซากิ เคอิจิ
  • ผู้แปล   ทินภาส พาหะนิชย์
  • ขนาด   12.7 x 18.5 เซนติเมตร
  • จำนวนหน้า 216
  • สำนักพิมพ์ Welearn

คุณอ่านแล้วให้กี่คะแนน

Reader Rating1 Vote
82

copywriting ใช้คำให้ฉลาดรีวิวหนังสือ
Copywriting เก่งขึ้นด้วยเล่มนี้ รีวิว สรุปหนังสือ ใช้คำให้ฉลาด
ภาพรวม
หนังสืออ่านง่าย มีเทคนิคที่นำไปใช้ได้แบบเต็ม ๆ ถือว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์มากเล่มหนึ่งครับ
เนื้อหา บท การเล่าเรื่อง
7.5
Reader Rating3 Votes
8.3
7.5
คะแนน
อ้างอิง Welearn

อย่าพลาดที่จะสนับสนุนพวกเราโดยการกดไลก์

ความคิดเห็น

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy