Phuket Sandbox การจัดการถือว่า ดีเยี่ยม แต่เสี่ยงพังเพราะวัคซีน

56

หลังจากโครงการ phuket sandbox มีนักท่องเที่ยว ประมาณ 400 คน การจัดการภายใน มาตรการป้องกัน ถึงแม้มีความซับซ้อนแต่ก็น่าชื่นชม เพราะมาตรการการป้องกันไม่เหมือนกับ เกาะไหน ๆ ที่เคยเปิดก่อน อย่างบาหลี หรือมัลดรีฟส์ (ที่เปิดเกาะปุ๊บเลขผู้ติดเชื้อดีดปั๊ป) ถือว่ามีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดด้านการจัดการ จนสื่อต่างชาติบอกว่าการจัดการดีกว่าที่อื่น ถ้าเปรียบเทียบกับบาหลี ที่นั่นฉีดวัคซีน (ซิโนแวค) 70% ของคนที่บาหลี แต่ไม่มีการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เข้ามา จนทำให้มันไม่เวิร์ก

 Phuket Sandbox การจัดการถือว่า ดีเยี่ยม แต่เสี่ยงพังเพราะวัคซีน
ที่มารูปภาพ EPA phuket sandbox

ความแตกต่างของ phuket sandbox

แต่ของภูเก็ตนั้นแตกต่างตรงที่ เข้ามามีการบริหารนักท่องเที่ยวให้มีการตรวจโควิด หลายครั้ง และมีการออกใบยืนยันตนให้นักท่องเที่ยว
.
ซึ่งดูแล้วเป็นวิธีที่ยุ่งยากกว่า แต่เป็นการคนละครึ่งระหว่าง การท่องเที่ยวและการรักษาโรค
ถึงแม้มีนักท่องเที่ยวมาไม่เยอะ จากปกติหลายล้านคนต่อปี ตอนนี้มี 400 มันก็ยังดึงการท่องเที่ยวอะไรได้ไม่มาก
.
แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่า หากนักท่องเที่ยวหลักพัน มันก็ยังบริหารจัดการได้ (ซึ่งจริง ๆ เหนือความคาดหมายตอนแรกคิดว่ามาหลักสิบ แบบที่ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูลบอก)
.
แต่ถ้ามากกว่านั้นคิดว่าไม่ไหวแน่ แต่ไม่ใช่เรื่องการจัดการ เพราะเท่าที่เสพข่าว คือ Phuket ค่อนข้างมีความเป็นมืออาชีพด้านการจัดการเลย แต่ไม่ไหวเพราะ “วัคซีน”

หัวใจคือวัคซีน

ตอนนี้จากเป้าหมายก่อนเปิด sandbox ที่ ภูเก็ต คือสร้าง เฮิร์ด อิมมูนิตี ต้องฉีด 70% ของประชากรภูเก็ต ซึ่งตอนนี้ ก็ยังไม่ถึงอยู่ราว ๆ 65%-68% ของจำนวนประชากร.
แต่ตามหลักการ
จะเรียกเฮิร์ดอิมูนิตี้ได้ ต้องใช้กับ วัคซีนที่มีภูมิคุ้มกันสูงคือ 95-99% ที่สร้างภูมิคุ้มกันแล้วฉีดให้ประชากร 70% ของพื้นที่
แต่ตอนนี้วัคซีนที่ฉีดที่ภูเก็ตคือ ซิโนแวค ซึ่งสร้างภูมิได้ประมาณ 50% คืือลุ้นครึ่งต่อครึ่ง ถึงแม้ฉีด 100% ของประชากรในพื้นที่ก็ไม่สามารถเรียกว่า “ภูมิคุ้มกันหมู่” ได้

ดังนั้น หากรับนักท่องเที่ยวมาเยอะ ๆ ก็มีความเสี่ยงในการติด โควิด-19 อยู่ดี ซึ่งมีความเสี่ยงตรงนี้

แต่ด้านนโยบายของภูเก็ตก็น่าจะรู้ตรงนี้โดยการ กรองตั้งแต่ผู้รับเข้ามา ซึ่งสำหรับเราคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ (แต่ก็ดีกว่าไม่ทำไรเลยแหละ)

สุดท้าย รัฐบาล เร่งเอาวัคซีนมาเถอะครับ ไม่ใช่มัวร่างสัญญา แล้วรัฐบาลก็ชิลกินข้าวริมทะเลหัวเราะ นู้นนี้ ซึ่งท่านมีความสุขมันไม่ผิดหรอก ถ้าท่านเป็นบุคคลธรรมดา แต่ตอนนี้ท่านเป็นผู้บริหารประเทศ งานหลักท่านตอนนี้ควรเป็นวัคซีน

ผมมองว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปเปิด “ปราสาททราย” อะไรของท่าน ถ้าท่านหาวัคซีนเข้ามาไม่ได้ วัคซีนควรเป็น “First Priority” นายกท่านทำแค่ 2 อย่างก็พอครับคือ “หาวัคซีน” กับสื่อสารกับประชาชนระดับมหภาค งานอื่นให้คนอื่นทำได้ครับ

ความคิดเห็น

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More

Privacy & Cookies Policy